น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

 

.
.

 


Username

Password

... สมัครสมาชิก / register
สารบัญ
ทำความรู้จักดาวเทียม
การติดตั้งจานดาวเทียม
การเข้ารหัสสัญญาณ
โปรแกรม / ทริป & เทคนิก
การติดตั้งจานแบบบ้านๆ
Web Link

 

 


เว็บไซต์สำเร็จรูป469บาทต่อปี ฟรีโดเมนเนมฟรีพร้อมพื้นที่ใช้งาน ทดลองฟรีก่อนสั่งซื้อที่นี่


มงคล๑๐๙ พระเครื่องออนไลน์
.

สนใจบ้านเช่านิ่งๆ คลิ๊กเลย!!

 

วันนี้

44

เมื่อวาน

594

เดือนนี้

12072

ปีนี้

233913

ทั้งหมด

2212774
เปิดเว็บ 2013-08-10

 
     
ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่
2017-08-09  10:27   manote
2017-08-09  14:16   hazrul
2017-08-09  14:27   supat
2017-08-09  15:45   Pooh
2017-08-11  08:29   pratcha
2017-08-12  11:29   สมชาย
2017-08-13  07:52   ชนาชาน
2017-08-13  18:01   sainunn
2017-08-15  20:19   12.12.1987
2017-08-15  22:37   สุทธินันท์
2017-08-17  11:02   ปริญญา
2017-08-17  22:07   ปรีชา
2017-08-18  15:50   บูม

.
PageRank Checking Icon


4 shared tvsatclub.com

 


.

 

น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ
time

สนใจบ้านเช่านิ่งๆ คลิ๊กเลย..




หลักการรับสัญญาณของจานดาวเทียม

จานดาวเทียม(Satellite Dish)
     ในการรับสัญญาณทีวีผ่านดาวเทียมนั้น เราจะแบ่งประเภทของจานดาวเทียม ได้ตามลักษณะของการสะท้อนของสัญญาณจากดาวเทียมที่สะท้อนเข้าสู่จานได้ และสามารถแบ่งออกเป็นได้ 3 ประเภท ที่แสดงไว้ในรูปที่. คือ1. cassegrain . 2. prime fucus . 3.offset fucus


1.Cassegrain
รูปที่ 1 การสะท้อนสัญญาณ แบบ Cassegrain  จะเห็นได้ว่าสัญญาณขาลงจากดาวเทียม  ( down link ) ที่ถูกส่งลงมาจะกระทบหน้าจานดาวเทียม รูปทรง พาราโบล่า ไปยังที่จานก่อน และสัญญาณก็จะสะท้อน เข้าไปยังตัว reflect และสัญญาณจากตัว reflect ก็จะสะท้อนเข้าไปยังตัว LNBF อีกที ลักษณะโครงสร้างหน้าจานที่มีการสะท้อนสัญญาณ แบบ cassegrain นั้นปัจจุบัน จานดาวเทียมทีมีการรับสัญญาณเพื่อรับชมทีวีบ้านเรานั้นไม่นิยมใช้ หรือไม่มีใช้เลย เนื่องจาก ไม่สามารถรับสัญญาณได้ดีเท่าทีควร

2.Prime Fucus
รูปที่ 2 การสะท้อนสัญญาณ แบบ Prime Fucus  จะเห็นได้ว่าสัญญาณขาลงจากดาวเทียม หรือสัญญาณดาวลิงค์  ( down link ) ที่ถูกส่งลงมาจะกระทบหน้าจานดาวเทียม รูปทรง พาราโบล่า  และสัญญาณดาวเทียม ก็จะสะท้อนเข้าไปยังตัว LNBF ทีติดตั้งอยู่ที่จุดรวมโฟกัส  ลักษณะการออกโครงสร้างหน้าจานที่มีการสะท้อนสัญญาณ แบบ prime fucus นั้นปัจจุบันเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก สำหรับการออกแบบจานดาวเทียมเพื่อรับชมทีวี free2air  บ้านเราเองก็เช่นกันนิยมการออกแบบหน้าจานที่มีการรับสัญญาณสะท้อนแบบ prime fucus เนื่องจาก สามารถรับสัญญาณได้ดี รับสัญญาณสะท้อนมาจากหน้าจากตรงๆ ไม่ต้องติดตั้งตัว reflectให้ยุ่งยาก  และยังสามารถ โมดิฟาย เพื่อติดตั้ง หัว LNBF ทั้งแบบ c-band และแบบ ku-band เพื่อให้รับดาวเทียมเพิ่มได้หลายดวงอีกด้วย เช่น จานรับ DUO , TRIO , และ4หัว

3.Offset fucus
รูปที่ 1 การสะท้อนสัญญาณ แบบ offset fucus  จะเห็นได้ว่าสัญญาณขาลงจากดาวเทียม  ( down link ) ที่ถูกส่งลงมาจะกระทบหน้าจานดาวเทียม รูปทรง พาราโบล่า ในลักษณะการสะท้อนแบบ เฉียงๆ  และก็จะสะท้อนเข้าไปยังตัว LNBF อีกที ลักษณะโครงสร้างหน้าจานที่มีการสะท้อนสัญญาณ แบบ offset fucus นั้นปัจจุบัน เป็นที่นิยมจากในระบบ ku-band  และการรับสัญญาณที่มีการสะท้อนแบบoffset fucus นั้น ก็จะนิยมใช้เพื่อรับสัญญาณทีวีผ่านดาวเทียมเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เคเบิ้ลทีวีที่เป็นระบบ ku-band อย่างเช่น true vision thailand และ astro cable malaysia , การรับสัญญาณแบบ offset fucus ก็เช่นกัน สามารถ โมดิฟาย ติดหัว LBNFเพิ่มเพื่อให้สามารถรับดาวได้หลายดวงเช่นกัน แต่ข้อจำกัดนั้นดาวเทียมแต่ละดวงจะต้องไม่อยู่ห่างกันมาก  ข้อดีของการสัญญาณ ลักษณะ offset fucus นั้นมีหลายอย่างเช่นกัน คือสามารถออกแบบให้มีจานที่ขนาดเล็ก และเหมาะกันสัญญาณขาลง ( down link ) ที่มีความถี่สูงๆ เช่นความถี่ช่วง ku-band  ข้อเสียก็มีเช่นกัน คือการloss ของสัญญาณที่ผ่านชั้นบรรยากาศนั้นมีมากกว่า


      แต่ส่วนใหญ่แล้วในวงการดาวเทียมบ้านเรา  การติดตั้งจานเพื่อการรับชมทีวีผ่านดาวเทียมตามบ้าน ร้านค้า หรือทั่วไปนั้น ช่างติดตั้งงานดาวเทียม มักจะแบ่งประเภทจานดาวเทียม ออกไปตามลักษณะ ย่านความถี่ที่ใช้งาน คือ
       1.จานC-Band ( ซีแบนด์ )  ลักษณะเป็นจานโปร่งๆ ตะแกงดำ เส้นผ่าศูนย์ประมาณ 5ฟุต ถึง 10ฟุต
       2.จานKU-Band ( เคยู-แบนด์ ) ลักษณะเป็นจานทึบใบเล็ก เส้นผ่าศูนย์ประมาณ 2ฟุต ถึง 5ฟุต

       และบางทีจานC-Band เองยังถูกแบ่งย่อยออกไปอีก เป็นจาน 1.c-band แบบทึบ และจาน  2.c-bandแบบโปร่ง อีก  และยังสามารถแยกย่อยออกไปอีก ได้ตามลักษณะของการติดตั้งจานได้อีก เช่น จานแบบฟิกซ์รับดวงเดียว หรือ จานแบบมูฟติดมอเตอร์ขับจานรับดาวเทียมได้หลายดวง 

      โดยหลักๆแล้วจานดาวเทียมจะทำหน้าที่สะท้อนสัญญาณ และรวมสัญญาณไปยังจุดโฟกัส โดยปกติแล้วจานที่ใหญ่กว่านั้นควรจะมีเกน (Gain)ในการรับสัญญาณที่สูงกว่า แต่ก็ไม่แน่เสมอไปขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของจานด้วย ตัวอย่างเช่นจานดาวเทียม ยี่ห้อหนึ่ง ขนาด 5.5 ฟุต สามารถรับสัญญาณได้ดีกว่าจาน 7 ฟุต ของบางยี่ห้อทีมาจากเมืองจีนอีก นอกจากนี้การมีความเชื่อแบบเก่าๆ ว่าจานแบบทึบสามารถรับสัญญาณได้ดีกว่าจานแบบโปร่ง อีก แต่ข้อเท็จจริงอาจไม่เป็นอย่างนั้น


LNB (Low Noise Block Down converter with Feed Horn)
     ชื่อเต็มๆ ค่อนข้างจะยาวสักนิดไม่ต้องจำก็ได้  ปัจจุบันนิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า LNB เจ้าตัว LNB นี้จะถูกติดตั้งไว้ที่จุดโฟกัสของจานดาวเทียม สัญญาณที่มารวมกันที่จุดโฟกัสจะเข้าไปตามท่อนำสัญญาณ"เวฟไกด์" (Wave guide) และผ่านเข้าไปยังเสาอากาศต้นเล็กๆ จากนั้นวงจรขยายสัญญาณภายในตัว LNB จะทำหน้าที่ขยายสัญญาณดาวเทียมให้แรงขึ้นแล้วส่งต่อไปยังวงจรแปลงความถี่ (Ferquency Down Converter)ให้มีความถี่ต่ำลง เพียงพอที่จะส่งรับสัญญาณไปตามสายนำสัญญาณ ชนิด( สาย RG6 )ได้

     หากไม่แปลงความถี่ให้ต่ำลง สัญญาณดาวเทียมที่มีความถี่จะสูงขึ้นมาก  จะวิ่งไปในสายนำสัญญาณได้เพียงระยะทางสั้นๆเท่านั้น ในปัจจุบัน LNBF แบบ C-Band จะมีหลายแบบหลายยี่ห้อ และมีหลายแบบให้เลือกใช้ เช่น เอาต์พุตเดียว หรือ LNB C-band 1หัว , สองเอาต์พุต  หรือ LNB C-band 2หัว, และ 4เอาท์พุต หรือ LNB C-BAND 4หัว ส่วนหัว LNB ชนิด KU-bnad ก็เช่นกัน มี่หลายยี่ห้อหลาย o/p ให้เลือกเหมือนกัน  เช่น LNB-KU 1หัว , LNB-KU 2หัว , และ LNB-KU 4หัว ชนิด KU-band ที่มีใช้กันอยู่ในเมืองไทยนั้น จะสามารถแยกออกเป็น หลักได้ 2ชนิด คือ 1.หัวแบบ universal และ 2.หัวแบบ 11300


สายนำสัญญาณ (Coaxial Cable) 
     ส่วนใหญ่งานติดตั้งจานดาวเทียมทั้วๆ ไปเรานิยมใช้สายนำสัญญาณ ขนาด RG-U6ซึ่งมีอิมพีแดนซ์หรือz(lmqedance)เท่ากับ75 โอห์ม เนื่องจากมีขนาดเล็ก ติดตั้งเดินสายได้ง่าย นำสัญญาณ คลื่นความถี่สูงได้ดี หน้าที่ของสายนำสัญญาณคือนำพาสัญาญาณจาก LNBF ซึ่งมีความถี่ IFหรือ intermedia frequency ในช่วง 950-2050 MHz ส่วนใหญ่ความยาวในการwireสายจาก LNBFไม่ควรเกิน 50 เมตร แต่จากการทดลองใช้จริงๆ สัญญาณจาก LNBF อาจเดินสายได้ไกลถึง 100 เมตร ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของจานดาวเทียม ยี่ห้อจานดาวเทียม และเกนการอัตตราการขยายของตัว LNBF ด้วย แต่หากไกลกว่านี้จำเป็นจะต้องติดตั้งตัวขยายสัญญาณ (Inline Amplifier) ก่อนเพื่อชดเชิยสัญญาณ loss อันเนื่องการการเดินสายนำสัญญาณยาวเกินไป 
     
      อัตราการ LOSS ของการสัญญาณนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
    1. ยี่ห้อของสายสัญญาณ ยี่ห้อของสายนำสัญญาณที่ดีนั้น จะทำมาจากวัสดุที่ดีกว่า เช่นเปอร์เซ็นต์ของทองแดงดีกว่า , inner หรือแกนกลางของสาย RG6หนากว่า ก็จะทำให้สามารถนำสัญญาณได้ดีกว่า อัตราการ loss น้อยกว่า
    
    2. shield ของสายนำสัญญาณ ถ้าชีลล์ของสายนำสัญญาณทีมีเปอร์เซนต์ชีลล์ มากๆ ก็จะสามารถกันสัญญาณรบกวนจากภายนอกได้ดีกว่า ผลต่อเนื่องจึงทำให้ loss น้อยลงจึงสามารถนำพาสัญญาณได้ดีกว่า
    
    3. ความถี่ของตัวสัญญาณเอง ความถี่ของสัญญาณนั้นมีผลต่ออัตราการ loss ของสายนำสัญญาณคือ  ความถี่ที่สูงกว่าจะมีอัตราการ loss ของสัญญาณมาก กว่าความถี่ที่ตำกว่า  ตัวอย่างเช่น ถ้าเราลองส่งสัญญาณทีวี ย่าน VHF และUHF จากต้นทางโดยสัญญาณ จากต้นทางทีวัดได้ 100dbu ( dbu = เดซิเบลไมโครโวลล์ ) เท่ากัน และส่งสัญญาณ ออกไปตามสายนำสัญญาณด้วยความยาวที่ 100 เมตรเท่ากัน ถ้าเราลองเอา เครื่องวัดความแรงสัญญาณทีวี มาลองวัดดูที่ปลายสาย จะเห็นได้ว่าความแรงของสัญญาณที่ออกมาจากปลายสายของความถี่ย่าน VHF จะวัดได้มากกว่า ย่าน UHF
   
    4.ค่าความต้านทานในตัวสายเอง หรือค่ารีซีสเตนท์ มีหน่วยเป็นโอมห์ สายที่คุณภาพดีจะมีเปอร์เซ็นต์ของทองแดงสูงทองแดง ซึ่งจะมีผลทำให้ค่าความต้านทานน้อยลงด้วย
    
     สายนำสัญญาณสำหรับจานดาวเทียมสามารถแบ่งออกได้เป็น 2ลักษณะการใช้งาน คือ
    
         1.สายนำสัญญาณ สำหรับจาน fix อยู่กับที่ โดยทั่วไปก็จะนิยมใช้สายโคเอ็กเชียล ที่มีค่า z ( อิมพีแดนซ์ 75โอมห์ )
         2.สายนำสัญญาณสำหรับจานแบบมูฟ หรือจานที่สามารถปรับรับได้หลายดวงโดยอัตโนมัต หรือสาย TVRO ลักษณะของสาย จะเป็น สายนำสัญญาณ RG6ที่ติดอยู่กับสาย 4core  ซึ่งทำหน้าที่นำพาสัญญาณจากLNBF เข้าไปยัง รีซีฟเวอร์ และ นำกำลังไฟฟ้าไปขับเคลื่อนมอเตอร์ขับจานที่ติดอยูใต้หน้าจาน
    


เครื่องรับสัญญาณดาวเทียม(Satellite Receivre)
    
       เครื่องรับสัญญาณดาวเทียมหรือตัวรีซีฟเวอร์ ในบางครั้งอาจจะถูกเรียกว่า เซ็ตท็อปบ็อกซ์(Srt Top Box)หรืออาจจะถูกเรียกว่า IRD(Integreated Receiver&Decoder) แต่โดยรวมแล้วก็คือเครื่องรับสัญญาณเหมือนกัน เพียงแต่อาจจะมีฟังก์ชั่น การทำงาน หรือคุณสมบัติบางอย่างที่แตกต่างกันออกไปบ้างเท่านั้น หน้าที่ของเครื่องรับสัญญาณ ดาวเทียม คือ จะแปลงสัญญาณ IF ที่วิ่งลงมาตามสายนำสัญญาณให้ออกมาเป็นภาพและเสียง

เครื่องรับสัญญาณจานดาวเทียมระบบ Analog ( ปัจจุบันไม่มีวางขายในตลาดแล้วเนื่องจากหมดสมัย )
                        เป็นเครื่องรับสัญญาณที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณที่รับได้จากดาวเทียมผ่านหัวLNB  ออกมาเป็น ภาพและเสียงโดยตรง  ขั้นตอน จะไม่ยุ่งยาก  ระบบAnalogนี้หากว่าสัญญาณที่รับได้มีความแรงของสัญญาณที่เพียงพอ ภาพที่ได้ก็จะมีความคมชัด  แต่หากว่าสัญญาณที่ได้อ่อน  ภาพที่ได้จะไม่ชัดและเป็นเม็ดเม็ด คล้ายสายอากาศทีวีที่ภาพไม่ชัด  เพราะฉะนั้นการรับชมภาพที่ใช้เครื่องรับสัญญาณระบบอะนาลอกค์นั้น หน้าจานยิ่งใหญ่ภาพก็ยิ่งชัด  การรับภาพในระบ Analog สำหรับการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม  ใน 1 ช่องดาวเทียม ( ช่องทรานสปอนเดอร์ ) จะส่งรายการทีวีได้ 1 ช่องรายการ  หรือถ้าบีบอัดสัญญาณก็จะได้ที่ 2 ช่องรายการแต่คุณภาพที่ได้จะไม่ดีเท่าที่ควร  ปัจจุบันระบบนี้ไม่นิยมใช้กันแล้ว

เครื่องรับสัญญาณจานดาวเทียมระบบ Digital ( ปัจจุบันเป็นที่นิยมมากเนื่องจากคุณภาพภาพที่ได้ชัดเจนและราคาถูก )                     
                      เครื่องรับดาวเทียมระบบ Digital  เป็นเครื่องรับดาวเทียม  ที่รับสัญญาณจากดาวเทียมที่ส่งสัญญาณแบบ  ดิจิตอล  แล้วทำการแปลงสัญญาณข้อมูลด้วยระบบถอดรหัสแบบ Digtal ให้เป็นภาพและเสียงที่สมบูรณ์แบบ  ระบบการบีบอัดข้อมูลสัญญาณที่ใช้ในระบบดาวเทียมที่เป็นDigital คือการบีบอัดข้อมูลระบบ  MPEG-II  เป็นระบบถอดรหัสแบบเดียวกันกับเครื่องเล่น DVD ซึ่งให้ความคมชัดมาก   ทั้งระบบภาพและเสียง แถมยังไม่เปลืองข้อมูลอีกด้วย
                       สำหรับการรับสัญญาณระบบ Digital ในกรณีที่สัญญาณที่รับได้จากระบบดาวเทียมมีความแรงสัญญาณต่ำ  ถ้าเป็นแบบระบบเดิมภาพที่ได้จะไม่ชัดและเป็นลักษณะเม็ดเม็ด  แต่ถ้าเป็นระบบ Digital ระบบจะยังคงประมวลผลได้  และระบบภาพเสียงที่ได้ก็จะยังคงความคมชัดอยู่เหมือนเดิม ( ยกเว้นสัญญาณที่รับได้อ่อนมากๆหรือต่ำเกินไป ) ภาพจะมีอากาณคล้ายๆกับ แผ่น ซีดีที่มีรอยมากๆ
                       ในส่วนการรับส่งสัญญาณใน 1 ช่องทรานสปอนเดอร์   สำหรับระบบ Digital สามารถบีบอัดสัญญาณช่องรายการโทรทัศน์ได้มากถึง 4 - 8 ช่องรายการ   ต่อ 1 ช่องทรานสปอนเดอร์   ด้วยระบบการบีบอัดในแบบ Digital ทำให้การเช่าช่องส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมจึงไม่จำเป็นต้องเช่าทั้งทรานสปอนเดอร์  แบ่งเช่าได้ทำให้มีราคาการเช่าที่ถูกลง  และช่องรายการโทรทัศน์ช่องต่างๆทั้งในและต่างประเทศ   จึงนิยมใช้ระบบนี้กันอย่างรวดเร็วและแพร่หลาย  ปัจจุบันช่องรายการผ่านดาวเทียมมีมากถึง 400 กว่าช่องรายการ  และในอนาคตคาดว่าจะมีมากขึ้นอีก  ปัจจุบันเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมแบบ Digital นั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากคุณภาพภาพที่ได้มีความคมชัดสูง อีกทั้งราคาของตัวรีซีฟเวอร์เองก็ยังมีราคาที่ถูกลงทุกวันๆ

เครื่องรับสัญญาณจานดาวเทียมระบบ Digital move ( ปัจจุบันก็ยังเป็นที่นิยมอย่เนื่องจากสามารถรับได้หลายดวง )                    
                      เครื่องรับดาวเทียมแบบ MOVE หรือ เครื่องรับดาวเทียมแบบมีระบบขันเคลื่อนจานอยู่ในตัวเครื่อง  จะมีวงจรหมุนจานดาวเทียมแบบอัตโนมัติโดยจะออกแบบให้มีระบบจำต่ำแหน่งของดาวเทียมได้   และจะทำงานสัมพันธ์กันกับระบบช่องรายการที่เลือกรับชม    เมื่อเวลาที่ผู้ใช้เครื่องกดปุ่มช่องรายการ   ตัวจานจะหมุนไปหาต่ำแหน่งดาวเทียมเองอย่างอัตโนมัติ   ทำให้ระบบนี้รับช่องรายการได้มากเพราะสามารถใช้จานใบเดียวรับช่องดาวเทียมมากกว่า15ดวง   และยังสามารถค้นหาช่องรายการดาวเทียมหรือดาวเทียมดวงใหม่ๆเพิ่มเติมได้ด้วยตัวผู้ใช้เอง  อีกทั้งยังใช้ระบบ อินเตอร์เน็ต  ช่วยในการค้นหาช่องรายการใหม่ๆได้อีกด้วย  เว็บไซด์ที่เกี่ยวกับช่องรายการทีวีผ่านดาวเทียมคือ http://www.lyngsat.com/ , http://www.satcodx.com/

ที่มา : http://goo.gl/oNnOnM



อนุญาตคัดลอกข้อมูลเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ / TVSATCLUB.COM / E mail : tvsatclub@gmail.com
Web designi by  : TVSC